การใช้เทคนิค 5 Whys ในการหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา


ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในการทำงาน หรือปัญหาในชีวิตประจำวันเองก็ตาม มักจะมีสาเหตุจากปัจจัยอย่างเดียวหรือหลายอย่างประกอบกัน ซึ่งปัญหาหลายๆอย่างนั้นก็อาจมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่เกี่ยวข้องกันก็ได้ ซึ่งหากเราไม่สามารถแยกแยะสาเหตุของปัญหานั้นได้ชัดเจน ก็ยากที่เราจะสามารถหาสาเหตุที่แท้จริง (Root cause) ของปัญหาได้ ซึ่งจะส่งผลให้เราไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดนั่นเอง เทคนิคง่ายๆที่ใช้ในการหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหานั้น ทำได้ด้วยการใช้เทคนิคที่เรียกว่า 5 Whys หรือการถาม “ทำไม” ซ้ำๆกัน 5 ครั้งนั่นเอง ข้อดีของเทคนิค 5 Whys ช่วยให้เราสามารถหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาได้ง่าย สามารถทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างสาเหตุของปัญหาต่างๆได้ ทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้ความรู้ทางสถิติแต่อย่างใด วิธีใช้งาน กำหนดปัญหาที่เราต้องการหาสาเหตุ ถาม “Why” .. ทำไมถึงเกิดปัญหานั้น? ถ้าคำตอบที่ได้ยังไม่ใชัดเจน ก็ให้ถาม Why ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ทำขั้นตอนที่ 2 และ 3 ซ้ำไป 5 ครั้ง หรือจนเมื่อเราได้พบสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง (Root cause) ตัวอย่าง ปัญหา นำ้มันรถหมดขณะขับรถกลับบ้าน “ทำไม” น้ำมันรถถึงหมด? – เพราะไม่ได้เติมน้ำมันให้เพียงพอ “ทำไม” ถึงไม่ได้เติมน้ำมันให้พอ? – เพราะเกจวัดน้ำมันเสีย จึงคิดว่ายังมีน้ำมันเหลือ…

Read More »

แนวคิดเพื่อการอยู่รอดของธุรกิจ


เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าการแข่งขันด้านธุรกิจไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ ต่างจะทวีความรุนแรงในการแข่งขันขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดดในแต่ละรอบเวลา ทำให้ผู้ที่ดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆโดยไม่มีการปรับตัวล้วนแต่จะม่ีโอกาสที่ต้องปิดกิจการไปแบบไม่ทันตั้งตัว แนวคิดในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมีหลายแบบ แต่ที่จะกล่าวถึงในวันนี้คือขั้นตอนการดำเนินการง่ายๆที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณอยู่รอดได้ คือการ Optimize, Automate และ Outsource ให้คิดใหม่ทำใหม่ เพื่อให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความซ้ำซ้อน แก้ไขข้อผิดพลาด ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น สิ่งเหล่านี้ล้วนถือเป็นการ Optimize กระบวนการทางธุรกิจของคุณให้ดีขึ้น หลังจากได้คิดกระบวนการทำงานใหม่ (ที่ดีกว่าเก่า) แล้ว อะไรที่ต้องเป็นการทำซ้ำๆ ก็ให้ทำการปรับเปลี่ยนมาใช้เป็นกระบวนการอัตโนมัติ (Automate) ให้มากขึ้น เพื่อลดภาระงาน หรือทรัพยากรที่ต้องใช้ในการทำงาน และลดความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นจากคน (Human Error) ด้วย สุดท้าย กระบวนการซ้ำๆ หรือกระบวนการที่ไม่ค่อยก่อให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจของคุณ แต่คุณจำเป็นต้องทำ เช่น กระบวนการ Back Office ต่างๆ ก็กระจายมาให้กับบริษัทภายนอกช่วยดำเนินการ (Outsource) เพราะบริษัทภายนอกในหลายๆกรณีก็จะมีความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานมากกว่า และต้นทุนในการทำงานมักจะต่ำกว่า หากสนใจที่ต้องการปรับปรุง Business Process ในบริษัทของคุณแล้วละก็ สามารถ ติดต่อมาที่เราเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ตลอดเวลาครับ   ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง: http://10xtalk.com/optimize-automate-outsource-and-the-art-of-less-doing-ari-meisel-and-nick-sonnenberg-with-joe-polish-and-dan-sullivan-on-10x-talk-episode-89/ Photo by Helloquence on Unsplash

Read More »

7 เหตุผลที่คุณควรใช้ระบบ Ticket ในการบริการลูกค้าของคุณ


การให้บริการลูกค้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ ซึ่งการใช้งานซอฟท์แวร์ประเภท Customer Relationship Management (CRM) สำหรับบริการการติดต่อกับลูกค้าดูจะเป็นเรื่องใหญ่เกินความจำเป็นสำหรับบางธุรกิจ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ก็ดูว่าจะเป็นทางที่สะดวก แต่อาจจะดูไม่เป็นทางการนักสำหรับธุรกิจบางประเภท อีกทั้งหากคุณมีลูกค้ามากขึ้น คุณอาจต้องการเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการใช้งาน ซึ่งหมายถึง ระบบ Support Ticket อาจเป็นคำตอบที่ดีสำหรับคุณ ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับการบริการลูกค้าด้วยอีเมลหรือวิธีเก่าๆแบบอื่น ไม่มีระบบติดตามสถานะการบริการลูกค้า เกิดความสับสนหากพนักงานหลายคนต้องให้บริการลูกค้ารายเดียวกัน ข้อมูลการบริการลูกค้าไม่ได้เก็บไว้รวมกันเป็นศูนย์กลาง ฯลฯ การบริการลูกค้าด้วยระบบ Ticket มีข้อดีดังต่อไปนี้ ข้อมูลการบริการลูกค้าทั้งหมดถูกเก็บไว้ที่เดียวเป็นศูนย์กลาง มีระบบติดตามความคืบหน้าและระบบรายงานผลการทำงาน สามารถจัดลำดับความสำคัญของการร้องขอของลูกค้าได้ สามารถบริหารจัดการคำร้องขอได้ง่าย เช่น การส่งต่อคำร้องขอของลูกค้าและมอบหมายงานให้กับเจ้าหน้าที่ภายในที่เกี่ยวข้องเพื่อติดต่อกับลูกค้าโดยตรงได้ มีช่องทางการสื่อสารที่ดีสำหรับพนักงานในทีมที่ต้องให้บริการลูกค้ากลุ่มเดียวกันหรือคนเดียวกัน สามารถเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการลูกค้าโดยไม่กระทบกับการสื่อสารกับลูกค้าคนเดิมได้ สามารถดึงข้อมูลจากอีเมลมาเก็บไว้ในระบบ Ticket ได้โดยอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกให้กับทั้งคุณและลูกค้า คุณสามารถมีระบบ Support Ticket ไว้ใช้บริการลูกค้าของคุณได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้ง Support Ticket System ไว้บนเว็บไซต์ของคุณ หรือใช้งานระบบผ่านเว็บของเรา ล้วนแต่จะทำให้ลูกค้าของคุณได้รับความพึงพอใจมากยิ่งขึ้น หากคุณสนใจที่จะมีระบบ Ticket ไว้ใช้บริการลูกค้าในราคาเริ่มต้นเพียง 500 บาทต่อเดือน กรุณาคลิกที่นี่เพื่อติดต่อเราครับ

Read More »

ลดความยุ่งยากในการทำนัดหมายเพื่อการประชุม


สำหรับมนุษย์เงินเดือนย่อมเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า การที่ต้องเป็นคนจัดตารางการประชุมให้กับเพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้าเป็นความปวดหัวอย่างหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเหตุผลหลายๆประการ เช่น ทุกคนเวลาว่างไม่ตรงกัน ห้องประชุมว่างไม่ตรงกับวันที่ต้องการ เสียเวลาในเรื่องของการยืนยันการเข้าประชุม เกิดความวุ่นวายในกรณีที่ผู้เข้าร่วมประชุมต้องการเปลี่ยนวันประชุม ฯลฯ จริงๆแล้วการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการนัดการประชุมมีอยู่หลายวิธี แต่โพสต์นี้จะขอแนะนำวิธีที่ง่ายที่สุดที่แม้แต่คนที่ไม่ค่อยเชี่ยวชาญเรื่องไอทีก็สามารถทำได้ไม่ยาก ซึ่งผมหมายถึงการใช้บริการออนไลน์ Doodle.com นั่นเอง เมื่อคุณสมัครใช้งาน Doodle (ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีเวอร์ชั่นฟรีให้ใช้งานด้วย) คุณก็จะสามารถเริ่มทำการนัดหมายประชุมได้ โดยผมขอสรุปขั้นตอนในการใช้งาน Doodle อย่างสั้นๆ เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ ผู้ทำการนัดประชุมสร้างตารางนัดหมาย และระบุวันว่างในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น 2 อาทิตย์ เผื่อให้เป็นตัวเลือกสำหรับผู้เข้าประชุมคนอื่น กำหนดผู้เข้าร่วมประชุมในรูปแบบของอีเมล เพื่อส่งไปยังอีเมลของคนเหล่านั้น ผู้เข้าร่วมประชุมท่านอื่นทำการระบุวันว่างของตัวเอง ซึ่งในระหว่างที่กำหนดวันว่างของตัวเองนั้น ก็จะสามารถเห็นวันว่างของคนอื่นที่ใส่ข้อมูลมาก่อนแล้วด้วย ผู้ทำการนัดประชุมตัดสินใจเลือกวันว่างที่ตรงกันทุกคน เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น คุณสามารถดูตัวอย่างการทำนัดหมายได้จากรูปด้านล่างนี้ประกอบ Credited: Sample image from doodle.com เห็นหรือไม่ครับ ด้วยวิธีง่ายๆ ที่จะเป็นการลดการโทรศัพท์สอบถามไปมา ใช้อีเมลให้เป็นประโยชน์ เพียงแค่นี้ คุณก็จะสามารถกำหนดนัดวันประชุมได้โดยไม่เสียเวลาเหมือนในอดีต เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เป็นอย่างดี หรืออีกทางหนึ่ง คุณสามารถติดต่อรับบริการผู้ช่วยเสมือน (Virtual Assistant) จากเราได้ ให้เราบริหารจัดการตารางนัดหมายการประชุมที่ยุ่งเหยิงให้กับคุณ คลิกเพื่อติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา

Read More »

ลดต้นทุนการทำงานกราฟฟิคด้วยโปรแกรม Open Source


ปัจจุบัน งานออกแบบกราฟฟิคถือเป็นงานสำคัญอย่างหนึ่งในการทำธุรกิจ โดยในอดีตมักจะเน้นไปในเรื่องของการออกแบบสิ่งพิมพ์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นแผ่นพับ, หนังสือ, โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ หรืออื่นๆ แต่ในปัจจุบัน งานออกแบบกราฟฟิคที่ถูกนำไปใช้ในอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น กราฟฟิคที่ใช้ประกอบเว็บไซต์, ภาพประกอบสำหรับเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ หรือภาพสินค้าในเว็บขายของออนไลน์ เป็นต้น ในอดีตการทำงานกราฟฟิคจะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมสำหรับงานออกแแบโดยเฉพาะ แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีได้ก้าวหน้ามากขึ้น โดยเครื่องโน๊ตบุ็คธรรมดาในปัจจุบัน ร่วมกับโปรแกรมด้านกราฟฟิคดีๆ ก็สามารถทำงานกราฟฟิคดีๆได้ โปรแกรมกราฟฟิคยอดนิยมที่เรารู้จักส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นโปรแกรมแต่งภาพ เช่น Adobe Photoshop หรือโปรแกรมสร้างภาพแบบเวกเตอร์ Adobe Illustrator แต่ทั้งสองโปรแกรมเป็นโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ที่ต้องเสียเงินในการใช้ ซึ่งก็ถือเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งของธุรกิจของคุณ ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจที่ยังไม่พร้อมต้องเสียเงินซื้อโปรแกรมด้านกราฟฟิคมาใช้งานก็คือการใช้โปรแกรมประเภท Open Source ซึ่งเราสามารถนำมาใช้ได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยโปรแกรมที่นิยมนำมาใช้แทน Photoshop ก็คือโปรแกรม Gimp และโปรแกรมที่นิยมนำมาใช้แทน Illustrator ก็คือโปรแกรม Inkscape ซึ่งการใช้โปรแกรมทั้ง 2 ตัวนี้อาจไม่คุ้นเคยนักสำหรับคนไทยทั่วไปเมื่อเทียบกับโปรแกรมยอดนิยมของ  Adobe แต่ถ้าคุณฝึกใช้งานสักพัก ปัญหาความคุ้นเคยในการใช้งานก็จะค่อยๆลดน้อยลงไป อีกทางเลือกสำหรับผู้ที่อยากทำงานกราฟฟิค แต่ไม่อยากทำเอง หรือไม่อยากซื้อหาโปรแกรมกราฟฟิคมาใช้ ก็สามารถใช้บริการ Outsource งานออกแบบกราฟฟิคจากเราได้ ซึ่งจะตัดปัญหาทุกอย่างเกี่ยวกับการออกแบบงานกราฟฟิคของคุณ เช่น การจ้างนักออกแบบกราฟฟิค, การต้องซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่สำหรับงานออกแบบ หรือแม้กระทั่งการที่ต้องจุกจิกมาคอยควบคุมการทำงานของพนักงานมือใหม่ต่างๆ เรามีนักออกแบบกราฟฟิคมืออาชีพที่ช่วยคุณทำงานได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าธุรกิจอื่น หากท่านสนใจก็สามารถติดต่อเพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา…

Read More »

JOBS – 30 Mar. 2017


รับสมัครงาน (ไอที) Business Analyst Application Support Graphic Designer Video Editor Programmer (php,python) ธุรการ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงาน System Admin Network Admin IT Support เจ้าหน้าที่ดูแลระบบ Teleconference ข้อมูลเบื้องต้น ผู้สมัครต้องสอบ TOEIC ผ่านด้วยคะแนนเกิน 400 พื้นที่ปฏิบัติงานแถวบางพลี สมุทรปราการ ต้องสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และรักงานบริการ ต้องรู้ว่าตัวเองชอบทำงานอะไร และมีความรู้ในงานนั้นๆเป็นอย่างดี   หากสนใจ กรุณาส่งประวัติการทำงานของท่านมาได้ ที่นี่

Read More »

ทักษะด้านเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับคนที่ทำงานนอกสำนักงาน (Remote Worker)


คนที่ต้องทำงานนอกสถานที่ ไม่ว่าจะทำงานจากที่บ้าน หรือสถานที่อื่นๆนอกสำนักงาน มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทักษะในเรื่องของการใช้ไอทีในการที่จะทำให้งานของคุณสำเร็จลุล่วงไปได้ ทักษะ 10 ข้อด้านล่างเป็นเสมือนเช็คลิสต์ให้คุณได้ตรวจสอบตัวเองว่าคุณมีทักษะดีพอที่จะทำงานนอกสถานที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือยัง อีเมล การอ่านอีเมลและการเขียนอีเมลเป็นทักษะที่สำคัญ คุณต้องสามารถเช็คอีเมลได้ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งการโต้ตอบทางอีเมลยังเป็นช่องทางการสื่อสารที่สำคัญระหว่างคุณกับคุณอื่นในขณะที่คุณไม่ได้นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะในสำนักงาน การเช็คเมลผ่านมือถือ, ตรวจสอบไฟล์แนบ, การตอบกลับอีเมล ล้วนแต่เป็นทักษะพื้นฐานที่คุณจำเป็นต้องทำให้ได้ Wi-Fi การเชื่อมต่อ Wi-Fi จากสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะผ่าน Hotspot หรือผ่านสมาร์ทโฟนล้วนเป็นทักษะที่ต้องเรียนรู้ (ในครั้งแรก) รวมไปถึงทักษะในการแก้ปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นจากผู้ให้บริการ Wi-Fi หรือเกิดจากอุปกรณ์ของเราเองก็ตาม Instant Messaging ไม่ว่าจะเป็นไลน์, Facebook Messenger, Skyle หรือ IM ยอดนิยมอื่นๆ เนื่องจากลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานแต่ละคนอาจจะใช้ IM ไม่เหมือนกัน เราควรเรียนรู้การใช้งาน IM ยอดนิยมต่างๆไว้บ้างเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการสื่อสารกับผู้อื่น Web Conference เช่น Skype หรือ GoToMeeting หรือบริการประชุมทางการผ่านคลาวด์อื่นๆ จะทำให้คุณสามารถเพิ่มศักยภาพในการสื่อสารกับลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานได้เป็นอย่างดี Collaboration Tools หรือเครื่องมือที่ใช้ในการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น G-Suite หรือ Slack ล้วนแล้วแต่จะทำให้การทำงานร่วมกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น การสร้างและแชร์เอกสาร ไม่ว่าจะเป็นการทำผ่าน Cloud…

Read More »

การบันทึกเวลาที่ใช้ในการทำงานสำหรับอาชีพ Freelance


สำหรับคนที่มีอาชีพรับจ้างอิสระ หรือที่เราคุ้นกับคำว่าฟรีแลนซ์ (Freelance) โดยเฉพาะงานที่เป็นลักษณะออนไลน์ มักจะต้องมีการคิดค่าจ้างหรือค่าบริการขึ้นอยู่กับเวลาที่ใช้ไป สำหรับงานใหญ่ๆ เช่น งานพัฒนาโปรแกรม หรืองานติดต่อประสานงานโครงการขนาดใหญ่ เราอาจสามารถคิดเป็นลักษณะของค่าบริการต่อวัน (man-day) หรือต่อเดือน (man-month)  แต่สำหรับงานบางอย่างที่มีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการดำเนินการหลายช่วงเวลา การบันทึกเวลาที่ใช้ในการทำงานแต่ละจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง หรือหากเป็นงานที่ทำลักษณะเป็นทีม การคำนวนเวลาที่ใช้ไปสำหรับลูกค้าแต่ละรายก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากถ้าไม่ใช้ซอฟท์แวร์หรือโปรแกรมช่วย Toggl เป็นบริการหนึ่งที่จะช่วยให้เราสามารถติดตามเวลาที่เราใช้ไปในแต่ละงานได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถติดตามงานในลักษณะของทีมได้ด้วย (แน่นอน เราสามารถเลือกสมัครแพ็คเกจแบบฟรีได้) การใช้งาน Toggl นั้นทำได้ง่าย ด้วยการป้อนข้อมูลงานที่ต้องการติดตามเวลา แล้วกดปุ่ม Start จากนั้นโปรแกรมก็จะจับเวลาไปเรื่อยๆจนกว่าเราจะกดปุ่ม Stop ซึ่งเราสามารถดูผลการติดตามงานต่างๆได้ผ่านทางระบบรายงานที่ดูสวยงาม นอกจากนั้น Toggl ก็ยังมีแอพบนมือถือให้เลือกใช้ได้ตามต้องการ เหมือนที่เคยได้ยินกันมา “เวลาทุกนาทีมีค่า” อย่าปล่อยให้มันเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ การติดตามการใช้เวลาในแต่ละวันหรือแต่ละงานจะทำให้เราสามารถรับรู้ถึงต้นทุนด้านเวลาในการทำงานใดๆได้ดีขึ้น

Read More »

การตั้งเป้าหมายด้วยวิธี S.M.A.R.T


หลายคนเคยตั้งเป้าหมายในเรื่องต่างๆไว้หลายครั้งหลายโอกาส แต่ก็มีหลายๆครั้งที่เราไม่สามารถทำไปได้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ไม่ใช่ว่าที่ทำไม่ได้เพราะคุณไม่มีความสามารถ แต่บางครั้ง วิธีการตั้งเป้าหมายก็มีผลต่อผลลัพธ์ที่จะเกิดด้วยเหมือนกัน เทคนิคการตั้งเป้าหมายที่ดีมีหลายวิธี แต่วันนี้เราจะแนะนำถึงวิธีที่เป็นที่นิยมมากที่สุดวิธีหนึ่ง ก็คือ วิธีตั้งเป้าหมายด้วย S.M.A.R.T ซึ่งย่อมาจาก: S. = Specific M. = Measurable A. = Attainable R. = Realistic and T. = Time Based ซึ่งขออธิบายเพิ่มเติมสั้นๆ ดังนี้ S. Specific หมายถึง คุณจะต้องตั้งเป้าหมายให้มีความเฉพาะเจาะจง ชัดเจน และถ้าเป็นไปได้ให้เขียนเก็บไว้เพื่อให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น M. Measurable หมายถึงเป้าหมายต้องวัดได้ แน่นอนว่าถ้าเป้าหมายวัดไม่ได้ คุณก็จะไม่รู้เลยว่าคุณทำสำเร็จได้ตามเป้าหมายหรือไม่ A. Attainable หมายถึง เป้าหมายของคุณจะต้องสามารถไปถึงได้ การตั้งเป้าหมายที่ไม่มีทางทำได้ตามเป้าก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร R. Realistic หมายถึง เป้าหมายคุณจะต้องเป็นไปได้จริง เช่น คุณอยากเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียง แต่คุณเล่นดนตรีไม่เป็นและไม่เคยหัดเล่นดนตรีมาก่อนเลย คุณก็จะไม่มีทางทำให้ถึงเป้าหมายแบบนี้ T. Time Based หมายถึงคุณต้องมีการวางกรอบเวลาที่ชัดเจนที่จะวัดผลได้ว่าคุณทำสำเร็จหรือไม่ ด้วยวิธีตั้งเป้าหมายแบบ S.M.A.R.T…

Read More »

สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อถูกเชิญไปในงานเลี้ยงของแผนกอื่นๆในบริษัท


เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศในช่วงปีใหม่ เราจึงขอสรุปเนื้อหาดีๆในหัวข้อ “สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อถูกเชิญไปในงานเลี้ยงของแผนกอื่นๆในบริษัท” ให้เพื่อนๆทุกท่านได้อ่านกันนะครับ ช่วงสิ้นปี พนักงานในองค์กร โดยเฉพาะผู้บริหารระดับต่างๆมักจะได้รับเชิญจากแผนกข้างเคียง หรือแผนกที่เกี่ยวข้องกับงานให้ไปร่วมปาร์ตี้เล็กๆที่อาจจะจัดขึ้นในแผนกต่างๆ บางคนก็ค่อนข้างจะลังเลว่าควรจะไปหรือไม่ หรือถ้าไปแล้วจะวางตัวอย่างไร เรามาดูคำแนะนำสั้นๆว่า โดยทั่วไปแล้ว การวางตัวในสถานะการณ์เช่นนี้ควรทำอย่างไรถึงจะดูเหมาะสมที่สุด ควรไปร่วมงาน หรือถ้าไปร่วมไม่ได้ด้วยเหตุผลจำเป็นจริงๆ อย่างน้อยก็ควรตอบกลับว่าจะไปหรือไม่ให้เร็วที่สุด โดยปกติแล้ว การปฏิเสธไม่ไปร่วมงานที่ถูกเชิญจะเหมือนเป็นการส่งสัญญาณในทางลบให้กับผู้เชิญ ไปและกลับจากงานให้ตรง(ใกล้เคียง)เวลา ไม่ใช่ไปปรากฏตัวตอนงานจะเลิกเพื่อให้เจ้าของงานเห็นว่าไปร่วมงานแล้วอย่างเด็ดขาด อย่าพาแขกคนอื่นที่ไม่ได้ถูกชวนไปด้วย ต้องดูบริบทให้ดีว่าเป็นงานลักษณะไหน เฉพาะพนักงานหรือไม่ แต่งตัวให้เหมาะสม แม้จะเป็นการจัดงานนอกสถานที่ คุณต้องอย่างลืมว่าคนที่ไปร่วมงานเกือบทุกคนก็คือเพื่อนร่วมงานในสถานที่ทำงานเดียวกับคุณนั่นเอง แสดงความขอบคุณเจ้าของงาน เพื่อนร่วมงาน หรือคนที่มาต้อนรับคุณอย่างจริงใจ อย่าคุยเรื่องงานมากจนเกินไป งานเลี้ยงลักษณะนี้มักจะเป็นโอกาสที่จะทำให้คุณได้รู้จักเพื่อนร่วมงานมากยิ่งขึ้น หัวข้อในการสนทนาควรเป็นหัวข้อที่สร้างสรรค์ ห้ามตั้งวงนินทาบริษัทหรือเพื่อนร่วมงานคนอื่นเป็นอันขาด อย่าเก็บตัวไม่สุงสิงกับใครในงานเลย อย่าทำตัวให้ถูกนินทาเมื่องานเลิก โดยเฉพาะถ้ามีการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์(นอกสถานที่ทำงาน)แล้วมีการพูดอะไรที่ไม่เหมาะสมออกไป คุณจะถูกกล่าวขวัญถึงในวันต่อไปแน่นอน อย่าปักหลักที่มุมอาหารอย่างเดียว ทานแต่พอเหมาะ และไม่ใช่เดินไปมาทั่วงานโดยมีอาหารเต็มจานอยู่ตลอดเวลา ขอบคุณเจ้าภาพเมื่องานเลิก อย่าลาป่วยในเช้าหลังวันงานเลี้ยง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในงานก็ตาม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อแนะนำเล็กๆน้อยๆข้างต้นจะช่วยให้คุณวางตัวในสถานที่ทำงานได้อย่างมืออาชีพครับ     เครดิต: http://www.cio.com/article/3152578/it-skills-training/dos-and-donts-of-company-party-etiquette.html  

Read More »